วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

กีฬาเป็นยาวิเศษ ชลอแก่ก่อนวัย

าแจ็คมีอายุ ๗๓ ปี แต่แกยังกระฉับกระเฉงเหมือนคนอายุย่างเข้า ๖๐ ปี แกเล่าให้ฟังว่าเคล็ดลับของแก ก็คือ การออกกำลังกาย แกชอบถีบจักรยานมาก แกบอกว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วแกเพิ่งจะขี่ข้ามประเทศ ๗ วัน ๗ คืน มาแล้ว แกพูดไปหัวเราะไปอย่างคนแก่ ที่แก่อย่างมีคุณค่า ตอนหนุ่มๆแกเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยฟลอริด้า แกอยู่แผนกวิชาฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ซึ่งทำให้แกตกหลุมรักกับการออกกำลังกายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ผมพบกับแกตอนที่แกมาเป็นหนูทดลองให้กับงานวิจัยของผม ในหัวข้อการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพในคนทั่วไป ตั้งแต่วัยกลางคนไปจนถึงวัยชราจุดประสงค์ของงานวิจัยชิ้นนี้ ก็เพื่อต้องการพิสูจน์ให้โลกรู้ว่า การออกกำลังกายนั้นดีอย่างไร และต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะเห็นผล และออกกำลังกายท่าไหน อย่างไรงานนี้เป็นไอเดียของอดีตผอ.ศูนย์กีฬา มหาวิทยาลัยฟลอริด้า ชื่อ ศาสตราจารย์ ไมเคิล พอลล๊อก ผู้ซึ่งสังคมอเมริกายกนิ้วให้ว่าเป็นปรมาจารย์ด้านการออกกำลังกายทั้งในคนทั่วไปและคนป่วย น่าเสียดายที่ท่านเพิ่งเสียชีวิตเนื่องด้วยเส้นเลือดในสมองแตกระหว่างการประชุมวิชาการ เรียกว่าตายในหน้าที่ทีเดียว ก่อนจะเริ่มการออกกำลังกาย ซึ่งก็มีหลายวิธีตามที่ศ.พอลล๊อก ออกแบบไว้ ผู้ที่มาเข้าร่วมเป็นหนูทดลองก็ต้องมาวิ่งบนเครื่องวิ่งอยู่กับที่ ( Treadmill) แล้วก็ต้องหายใจผ่านเครื่องมือพิเศษ เพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกาย รวมทั้งวัดความดัน เชื่อหรือไม่ว่าตาแจ๊คสามารถวิ่งได้ด้วยสมรรถภาพร่างกายที่เทียบเท่าคนหนุ่มอายุ ๓๐ -๔๐ ปี และดีกว่าผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยเท่าตัว ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปรกติ และไม่ขึ้นสูงปรี้ดดังที่พบได้ในผู้ไม่ออกกำลังกาย คุณผู้อ่านอาจจะบอกว่าตาแจ๊กไม่ใช่คนธรรมดานี่นา แกเป็นนักกีฬา แกถึงได้แข็งแรง ถ้าท่านคิดเช่นนี้ ก็หมายความว่าท่านยอมรับแล้วใช่ไหมว่า กีฬา เป็นยาวิเศษ

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหักโหม ก็สามารถก่อประโยชน์มหาศาลให้กับร่างกาย ผลวิจัยในผู้ไม่ออกกำลังกายเทียบกับผู้ออกกำลังกายตั้งแต่ เดิน วิ่งเล่นกีฬาในร่ม (ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ) และกลางแจ้ง พบว่าผู้ออกกำลังกายสม่ำเสมอมีโอกาสเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดสมองแตกและอุดตัน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคความจำเสื่อม น้อยกว่าผู้ไม่ออกกำลังกาย และที่สำคัญก็คือ ตายช้ากว่า

เอาล่ะ เรามาปุจฉาวิสัชนากันดีกว่า คำถามแรก ออกกำลังกายอย่างไรจึงจะเพียงพอและปลอดภัย คำตอบก็คือ อย่างน้อยๆ เดินอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วที่มากกว่าเดินปรกติเป็นเวลา ๓๐ นาที ถึง ๑ ชั่วโมง ๓ – ๕ วันต่ออาทิตย์ ถ้าท่านอยู่ตัวแล้ว จะทำมากกว่านี้ก็ได้ตามแต่กำลังจะอำนวย ส่วนท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อน อย่างไรก็ตามถึงแม้ท่านจะมีโรคความดันโลหิตสูง ถ้าความดันไม่พุ่งกระฉูดมากไปกว่า ๑๖๐ / ๑๐๐ ท่านก็เริ่มออกกำลังกายได้ แต่ถ้าท่านมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจเช่น เป็นเบาหวาน เจ็บหน้าอก หัวใจโต หรือความดันโลหิตสูงไปกว่า ๑๖๐/๑๐๐ ท่านควรจะพบแพทย์ และวิ่งทดสอบสมรรถภาพและตรวจโรคหัวใจตีบตัน โดยควบคุมอย่างใกล้ชิดจากผู้รู้ ขอย้ำ!!! ผู้รู้ คือ ผู้ที่มีความรู้ประสบการณ์ทางด้านนี้จริงๆ อย่าหลงผิดไปหาผู้แสร้งรู้ อาชีพแพทย์ก็เหมือนอาชีพอื่น มีคนดีมีความรู้ปะปนไปกับผู้แสร้งรู้ เห็นแก่เงินเช่นกัน

ก่อนออกกำลังกายควรเริ่มจากการบริหารให้กล้ามเนื้อและข้อผ่อนคลายตามด้วยการอุ่นเครื่องด้วยการออกกำลังเบาๆ เช่น วิ่งเหยาะๆ อยู่กับที่ ทำไปสัก ๕ – ๑๐ นาที แล้วเริ่มออกกำลังกายจริงๆ หลังจากเดินหรือวิ่งมาเหนี่อยไม่ควรหยุดโดยกระทันหัน ท่านควรจะมีช่วงเวลาผ่อนคลายด้วยการเดินช้าๆ ประมาณ ๕ – ๑๐ นาที หลังจากนั้นก็สามารถตามด้วยการยกน้ำหนัก ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะกระทำในสถานบริหารร่างกาย เพราะการยกน้ำหนัก สามารถทำให้ความดันโลหิตทะลุหลัก ๓๐๐ /๒๐๐ ได้อย่างสบายๆ โดยเฉพาะการยกน้ำหนักผิดวิธี เช่น กลั้นใจแทนที่จะหายใจออกตอนยกน้ำหนัก อย่างไรก็ตามการยกน้ำหนักมีส่วนสำคัญในการสร้างเสริมสมรรถภาพ เพราะกล้ามเนื้อสูญเสียความสามารถประมาณ ๑๐% ทุกๆ ๑๐ ปี หลังจากอายุ ๓๐ ไปแล้ว และถ้าอยู่ในความควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ การยกน้ำหนักอาจลดความดันโลหิตได้ด้วย

แต่ว่าในยามประเทศจนกรอบเช่นนี้ จะหันหน้าไปหาผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ ก็คงต้องใช้กระดาษสีม่วง ซึ่งหายากในหมู่คนหาเช้ากินค่ำ ผมคิดว่าเอาแค่เดินเร็วๆ วิ่ง หรือถีบจักรยานอยู่กับที่ก็คงพอทำเนา ส่วนท่านที่ต้องใช้แรงงานหาเช้าค่ำยังไม่มีจะกิน ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องออกกำลังกายหรอก เพราะที่ท่านทำอยู่นั้น มันเกินความต้องการของมนุษย์อยู่แล้ว ที่ท่านต้องห่วงก็คือทำงานหนักอย่างไรจะไม่เจ็บตัว อย่างน้อยๆ เวลายกของหนัก ท่านก็ไม่ควรกลั้นใจยก ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกเวลายกของ อย่าก้มลงยกของ ให้ย่อเข่า อย่าให้หลังงอ รู้จักพัก และงดเหล้า ยาดอง บุหรี่ เพียงแค่นี้ ท่านก็จะอยู่ได้นาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของครอบครัว ถ้าจะเที่ยวผู้หญิงก็อย่าลืมพกร่มไปด้วยจะได้ป้องกันโรคยอดนิยม สนุก ๑๐ นาที ตายอนาถ ไร้เมรุเผา ก็ไอ้เอดส์นั่นแหละ

คำถามที่ ๒ ออกกำลังกายยังไงถึงจะรวย คำตอบ ไม่รู้วว........
อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายโดยการเดินตามก้นผู้มีอิทธิพลการวิ่งเต้นใต้โต๊ะ โดยเฉพาะยัดลูกเข้าโรงเรียนดังๆ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายเช่นกัน แต่เนื่องจากหัวใจท่านต้องตรากตรำมากไป การออกกำลังกายเช่นนี้ ก็เป็นพิษได้เช่นกัน

คำถามสุดท้าย เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเพราะโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ออกออกกำลังได้เปล่า?
คำตอบ แน่นอน การกินๆ นอนๆ ยิ่งทำให้ท่านตายง่ายขึ้น กฎธรรมชาติที่ว่า “ มีแล้วต้องใช้ ไม่ใช้จะหดหาย” เป็นความจริง สำหรับหัวใจที่ป่วยก็เช่นกัน แต่ท่านต้องอยู่ในโปรแกรมพิเศษที่มีอยู่ในร.พ.ใหญ่ๆ ทั่วไป หรือท่านที่เพิ่ง ฟื้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ท่านจงสังวรณ์ไว้ว่า การนอนบนเตียง ๑ วัน สมรรถภาพร่างกายจะลดลงไป ๑๐ %ทันที เพราะฉะนั้นถ้าลุกได้จงลุก เดินได้จงเดิน

สุดท้ายนี้ก็หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับรู้ ถีงประโยชน์ของการออกกำลังกายในแง่มุมต่างๆ ถ้าท่านออกกำลังกายทุกวันอยู่แล้ว ก็ขอให้ทำต่อไปอย่างถูกต้อง ถ้าท่านผู้อ่านที่ยังไม่คุ้นกับการออกกำลังกาย ก็ขอให้ทำความรู้จักและปฏิบัติได้แล้ว อ้อ.. การออกกำลังกายแบบรำมวยจีน ไทเก็ก ก็ช่วยท่านได้เช่นกัน แต่ควรใช้ร่วมกับการ เดิน วิ่ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำด้วย เอาไว้จะเล่าให้ฟังเมื่อโอกาสอำนวย ว่าฝรั่งเขาศึกษา ไทเก็ก ไปถึงไหนแล้ว เอาเป็นว่าเขาทุ่มเงินเป็นล้านๆ ให้กับคณะวิจัยค้นหา เป็นไงละครับ ตื่นกันหรือยัง นักวิทยาศาสตร์ไทย.

ไทยนิวยอร์กดอทคอม

กีฬาช่วยให้เด็กเอาตัวรอดได้

ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นยุคสมัยใด ก็จะคล้ายกันหมด คือมักจะเลี้ยวลงทางอบายโดยง่าย หนทางหนึ่งในหลายๆทางก็คือ พยายามจัดสรรสิ่งแวดล้อมของเขาไม่ให้มีเวลาว่าง มีสิ่งให้ทำเสมอ และต้องเป็นสิ่งที่น่าสนใจในสายตาของพวกเขา ที่เขาต้องเลือกเอง และต้องแน่ใจว่าสิ่งนั้นเป็นด้านบวกอีกด้วย

กีฬา นับเป็นทางเลือกที่เข้าท่าที่มีตั้งหลายอย่าง ที่จะเอาแค่บันเทิงไปวันๆก็ได้ หรือจะเอาดี ก็มีระดับให้ไต่ไปได้เรื่อยๆ ลักษณะอันตรายที่พึงหลีกเลี่ยง คือ ลูกเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเวลาว่างมาก เนื่องจากมีเวลาที่ไม่รู้จะทำอะไรเลยหาเรื่องน่าตื่นเต้นแก้เซ็งที่มักจะเป็นการบรรจงแต่งเนื้อแต่งตัว ไปนั่งเม้าท์กับเพื่อนในสถานที่กระตุ้นความอยากทางเนื้อหนัง , ปาก , หู , แสง , สี , เสียง , แอร์เย็น ล้วนแต่เมื่อไหลไปสุดทางก็ไม่หนีอบายเกือบทั้งนั้น

ตัวอย่างการวิจัยต่อไปนี้ เกี่ยวกับ กิจกรรมเซ็กซ์ของเด็กวัยรุ่นอเมริกันที่เปรียบเทียบกันระหว่างสองกลุ่ม คือ กลุ่มรักกีฬา กับ กลุ่มไม่รักกีฬา ที่เป็นรายงานจากมูลนิธิสตรีด้านกีฬา The Woman’s Sports Foundation in East Meadow N.Y. โดยอ้างผลการวิจัยถึงสองเปเปอร์ คือ การสำรวจของกรมควบคุมและป้องกันโรคภัย Centers of Disease Control and Prevention ที่มีกลุ่มตัวอย่างประชากรถึง 11,000 คน ที่เป็นนักเรียนในเกรด 9-12 และกลุ่มศึกษาปัญหาครอบครัวและวัยรุ่น Family and Adolescent Study ที่มีกลุ่มตัวอย่างประชากรถึง 699 ครอบครัว จาก Western N.Y. พบว่า

1. ครึ่งหนึ่งของกลุ่มที่มีไม่มีกีฬา , หมกมุ่น และมีความสัมพันธ์ทางเซ็กซ์ในวัย 10-13 ขวบมากกว่ากลุ่มรักกีฬา

2. ครึ่งต่อครึ่งอีกเช่นกันที่กลุ่มไม่รักกีฬา มีปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์มากกว่ากลุ่มรักกีฬา

3. วัยรุ่นทั้งหญิงชายที่รักกีฬา ที่มีเพศสัมพันธ์กัน ก็มีแนวโน้มมากว่า จะใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดอย่างถูกต้องและปลอดภัยมากกว่ากลุ่มไม่รักกีฬา

ที่แม้จะเป็นการศึกษาจากประเทศนอก แต่ในกระแสโลกาภิวัตน์ อาจดูรายงานผลของเขาเพื่อเป็นแนวทางกับปัญหาบ้านเราได้บ้าง วัยรุ่นมันก็คล้ายกันทั้งโลกแหละครับ

ยิ่งเด็ก เริ่มมีกิจวัตรกีฬาตั้งแต่อายุยังน้อยเท่าไร ก็ยิ่งจะเป็นโอกาสที่ทำให้เขาต่อเนื่องและรับผลดีจากการกีฬา ยาวไปตลอดชีวิตเท่านั้น

Benita Fitzerald Mosley อดีตนักวิ่งกรีฑาข้ามรั้ว เหรียญทองโอลิมปิค และประธานมูลนิธิ Woman’s Sports กล่าว

วิธีการเริ่มต้นที่สร้างสรรค์ก็คือ พ่อแม่ควรใช้ศิลปะชักชวนให้เขาเข้าร่วมกีฬาชนิดหนึ่งชนิดใด แล้วต่อไป ก็ไม่ต้องไปสนใจว่า ความสนใจของเขาจะเคลื่อนคล้อยไปสนใจกีฬาชนิดอื่นใดต่อไป

ลูกของนักวิ่งที่พ่อพามาสนามวิ่งอย่างสม่ำเสมอในวัยต้นๆของชีวิต เป็นพฤติกรรมที่ฝังในตัวลูกอย่างที่เราคาดไม่ถึง แม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นนักวิ่งในภายหน้า แต่เขามีแนวโน้มว่าจะเป็นนักเทนนิสมือโปร หรือ ครูสอนวินเซอร์ฟก็ได้ ที่สำคัญคือเราค่อนข้างจะแน่ใจได้ว่า พวกเขาสามารถเอาตัวรอดได้ และจะไม่เลี้ยวไปทางอบายก่อนวุฒิภาวะของเขาจะตระหนักเท่าทัน คนเป็นพ่อเป็นแม่รุ่นเรา ก็ทำได้แค่นี้แหละครับ.

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

พัฒนาลูกน้อยอย่างไรให้เก่งและฉลาดจากการเล่นกีฬา

พัฒนาลูกน้อยอย่างไรให้เก่งและฉลาดจากการเล่นกีฬา

เป็นคำถามที่น่าจะค้นคว้าหาคำตอบเป็นที่สุด

ไม่ว่ายุคสมัยไหนๆ ก็ตาม คุณพ่อ คุณแม่ทุกคนต่างก็อยากให้ลูกของตนเองเก่ง ฉลาด และมีสุขภาพดีด้วยกันทั้งนั้น

แต่จะทำอย่างไรได้บ้าง?

การเล่นกีฬาถือได้ว่าเป็นอีกกลวิธีหนึ่งที่สามารถเสริมสร้างให้ลูกน้อยเก่ง และฉลาดไปพร้อมๆ กันได้


เนื่องจากการเล่นกีฬานั้น นอกจากจะพัฒนาศักยภาพทางด้านร่างกายแล้ว ยังสามารถพัฒนาทางด้านความคิด สติปัญญา และพัฒนาอารมณ์ของเด็กควบคู่ไปด้วย การเปิดโอกาสให้ลูกน้อยได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านการเล่นกีฬา จะช่วยให้เด็กได้คิดวางแผนการเล่น มีการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึงการฝึกยอมรับผลแพ้ชนะในเกมส์การแข่งขัน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยหล่อหลอมให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพในอนาคต

นายสมบัติ คุรุพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีนโยบายในการส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มได้ออกกำลังกายและเล่นกีฬา โดยการสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมกีฬาและนันทนาการในทุกพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ ยังได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนให้เป็นคนเก่ง มีความฉลาดทั้งด้านความคิด และอารมณ์ โดยนำเอากีฬาเข้ามาเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในการพัฒนา ซึ่งกีฬานั้นสามารถพัฒนาคนได้หลายด้าน อาทิ พัฒนาด้านอารมณ์ พัฒนาด้านสังคม ด้านความสามัคคี ด้านระเบียบวินัย การเคารพกฎกติกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และในช่วงที่เด็กและเยาวชนปิดเทอมภาคฤดูร้อนทางสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ ก็ได้จัดโครงการฝึกกีฬาภาคฤดูร้อนขึ้นทั่วประเทศ กระจายในทุกอำเภอ และตำบล โดยมุ่งหวังให้การกีฬาและนันทนาการพัฒนาศักยภาพลูกหลานของไทย

นอกเหนือจากหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเล่นกีฬาอย่างมีคุณภาพแล้ว ยังมีตัวแทนจากหลายครอบครัวที่เห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนบุตรหลานในการเล่นกีฬา จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

วรรณภา ผลอวยพร คุณแม่ของน้องแพรวนภา ผลอวยพร นักกอล์ฟหญิงยอดเยี่ยมประเทศไทย 2 ปีซ้อน ซึ่งเป็นคุณแม่ดีเด่น ที่มีลูกสาวเล่นกีฬา กล่าวว่า ในความเป็นแม่ย่อมอยากเห็นลูกประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งหากมีวิธีการใดที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของลูกได้ คุณแม่ก็ยินดีให้การสนับสนุน การเล่นกีฬาถือเป็นกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์ คุณแม่ให้ลูกเล่นกีฬาทุกประเภท จนรู้ว่าชอบกีฬากอล์ฟ จึงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิทุกอย่าง ต้องวางแผนการเล่นเองคิดแก้ไขปัญหาเอง ในส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเขาในการคิดและแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้

ธนากร ศรีชาพันธุ์ (นักเทนนิส) ผู้ได้รับโอกาสจากคุณพ่อในการสนับสนุนด้านกีฬา และในปัจจุบันก็มอบโอกาสที่ดีนั้นให้กับลูก กล่าวว่า ผมเชื่อว่าคุณพ่อ คุณแม่ เปรียบเสมือนครูคนแรกของลูก การที่ผมได้รับการปลูกฝั่งให้รักกีฬา เล่นกีฬาจากคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งท่านได้พาผมไปสนามกีฬา ทุกๆ ครั้งเมื่อมีโอกาส ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมชอบกีฬา จนกระทั่งทำให้ผมค้นพบว่าชอบเล่นเทนนิสเป็นพิเศษ จึงให้ความสำคัญกับกีฬาประเภทนี้จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน จากการที่ผมได้มีประสบการณ์ ตั้งแต่ตอนผมเป็นลูกจนถึงทุกวันนี้ที่ผมได้มีโอกาสเป็นคุณพ่อนั้น ผมยังมองไม่เห็นถึงข้อเสียของการเล่นกีฬาเลย ในส่วนของข้อดีนั้นผมเชื่อว่าผู้ปกครองน่าจะรู้กันอยู่แล้ว และในปัจจุบันนี้มีหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนด้านกีฬา จึงถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ปกครองจะให้การสนับสนุนบุตรหลานให้เล่นกีฬา เพื่อเสริมสร้างให้บุตรหลานของท่านเป็นเด็กที่มีคุณภาพต่อไป

การเล่นกีฬาเป็นอีกวิธีทางหนึ่งที่จะทำให้เด็กเยาวชนไทยเก่งและฉลาด ที่สำคัญทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงด้วย

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

นักเตะรุ่นเยาว์ อายุ 12 ปี รัยญาณร์ แวบือซา


น้องไรอั้น
อยู่โรงเรียน อิสลามสันติชน
ปัจจุบันเป็นนักกีฬาให้กับทางโรงเรียน
เริ่มเตะบอลตั้งแต่อายุ 11 ปี

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

นักเตะรุ่นเยาว์ อายุ 6 ขวบ น้องรามีย์ แวบือซา



น้องรามีย์
มีพี่น้อง 3 คน น้องรามีย์คนสุดท้อง พี่ ๆ ก็มาเตะบอลด้วยทุกคน

เรียนโรงเรียน อิสลามสันติชน
อยู่ชั้น ป.1

น้องรามีย์ ขยันซ้อมมาก มาเรียนทุกวัน ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะอยู่ถึงลาดพร้าว
และยังมาซ้อมทุกวันเสาร์- อาทิตย์ ด้วย เก่งจริง ๆ

นักเตะรุ่นเยาว์ อายุ 8 ปี น้องรีกาณร์ แวบือซา



น้องราเอ็ด อายุ 8 ปี อยู่ชัน ป.2

โรงเรียนอิสามสันติชน
ปัจจุบันเป็นนักกีฬาโรงเรียน
เริ่มเตะบอล อายุ 7 ขวบ

นักเตะรุ่นเยาว์ อายุ 3 ขวบ กษิดิศ ราชชุมพล



น้องกั๊ซเบล ชอบการเตะบอลมาก เนื่องจากเป็นเด็กอาจจะไม่มีระเบียบ
และขี้เกียจส้อมบ้างแต่ อ. บุญเรือง จะคอยสอนระเบียบวินัย
และเทคนิคในการเล่นบอลได้ดีขั้น

น้องกั๊ซเริ่มเริ่มเมื่อเดือน พฤษภาคม 2553 - ปัจจุบัน